ข้อเข่าบวมจากการออกกำลังกาย

บทความโดย....พล ต.ต. นพ. ม.ร.ว. ถวัลภากร วรวรรณ
http://www.thaiarthritis.org/article.htm

โรคข้อที่พบบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ คงไม่มีโรคใดมากเกินโรคข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักตัวเกินปกติ หรือผู้ที่ใช้ข้อเข่ามากเกินไป เช่น เล่นกีฬาบางประเภท ได้แก่ ฟุตบอล บาสเก็ตบอล รักบี้ ฯลฯ หรือจากการทำงาน เช่น ยกของหนัก

ผู้ที่มีโรคข้อเข่าเสื่อมแต่เริ่มแรก เมื่อไปพบแพทย์ก็มักจะได้รับการรักษาโดย วิธี รับประทานยา ควบกับวิธีกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการเจ็บปวด หรือการอักเสบ และเพื่อชะลอการเสื่อมของข้อ แพทย์ส่วนมากจะให้คำแนะนำว่า

1. อย่าให้อ้วน พยายามลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ด้วยการควบคุมอาหาร และวิธีอื่น ๆ

2. ระวังท่าทางในการปฏิบัติตัว ที่ไม่เป็นอันตรายต่อส่วนประกอบของข้อเข่า เช่น การนั่งพับ หรืองอข้อเข่านาน ๆ ยกของหนัก ๆ กระโดด หรือใช้แรงกระแทกแรง ๆ บนข้อกระดูก ซึ่งจะทำให้กระดูกอ่อนและเอ็นยึดข้อถูกทำลายได้

3. ให้พยายามออกกำลัง บริหารกล้ามเนื้อขา และรอบ ๆ ข้อให้แข็งแรงเพื่อช่วยประคองและยึดข้อมิให้มีการกระแทกหรือเสียดสีกัน

การอธิบายเพียงสั้นๆ อาจได้ประโยชน์สำหรับบางคนที่มีความสนใจ แต่อาจไร้ประโยชน์ และเกิดอันตรายต่อบางคน ดังตัวอย่าง ผู้ป่วยรายหนึ่ง เป็นชายวังสูงอายุมาจากชนบท ท่าทางแข็งแรง มีอาการเจ็บข้อเข่าทั้งสองสลับกัน ชายผู้นี้มีข้อเข่าโก่งเล็กน้อย กล้ามเนื้อขาค่อนข้างแฟบ แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ได้ให้การรักษาด้วยยา และแนะนำให้ ออกกำลังกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงเพื่อช่วยชะลอการเสื่อม ผู้ป่วยรับทราบแล้วกลับบ้าน จากนั้นอีก 3 วัน ผู้ป่วยกลับมาหาแพทย์ใหม่พร้อมรายงานว่า ข้อเข่าขวาบวม และปวดมากจนนอนไม่หลับ เมื่อแพทย์ซักว่าไปทำอะไรมาบ้าง ผู้ป่วย เล่าว่า “ผมออกกำลังขาตามที่หมอแนะนำด้วยการวิ่งรอบสนามฟุตบอล วันละ 4 รอบ ได้ 2 วัน รู้สึกข้อเข่าปวดและบวมมาก นั่งยอง ๆ ไม่ได้เลย ” แพทย์ได้ให้การรักษาโดยเจาะ และดูดน้ำในข้อเข่าออก พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากข้อบกพร่องของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายแพทย์เองอาจไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ และเน้นถึงวิธีบริหารกล้ามเนื้อที่ถูกต้อง คือ ไม่สมควรออกกำลังเพื่อบริหารกล้ามเนื้อ โดยวิธีลงน้ำหนักในบริเวณข้อเข่าที่อักเสบ เพราะจะทำให้เกิดการบวมช้ำ และเยื่อหุ้มข้อจะปล่อยน้ำออกมาเช่นนี้ ควรใช้วิธีออกกำลังโดยไม่ลงน้ำหนักที่ข้อเข่า หรือลงแต่เบาบางไปก่อน เช่น เกร็งกล้ามเนื้อ นอนยกขา เดินในน้ำ ฯลฯ จนกว่าจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอ จึงจะออกกำลังกล้ามเนื้อโดยลงน้ำหนักเบา ๆ ต่อมาจึงค่อย ๆ เพิ่มการลงน้ำหนักมากขึ้นตามลำดับ ส่วนตัวผู้ป่วยก็ควรจะรับฟังข้อแนะนำอย่างตั้งใจ และปฏิบัติตาม หากสงสัยควรซักถามให้แน่ใจ การรักษาจึง จะสัมฤทธิ์ผล ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน เสียเวลา และเสียใช้ค่าจ่ายโดยไม่จำเป็น